ขั้นตอนการตรวจเช็ค หม้อน้ำ รถยนต์ ง่ายๆด้วยตนเอง

The process of checking the car radiator is easy by yourself.
หัวข้อที่น่าสนใจ

สำหรับการตรวจเช็ค หม้อน้ำ รถยนต์นั้นจัดเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ใช้งานรถยนต์ไม่ควรละเลย ด้วยความที่ระบบระบายความร้อนรถยนต์ถือเป็นหัวใจหลักของเครื่องยนต์ ในกรณีที่ไม่สามารถระบายความร้อนออกได้ หรือ หม้อน้ำ ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพอาจส่งผลให้เครื่องยนต์ของรถท่านเกิดการน็อคได้ ซึ่งเว็บไซต์ชีวิตดีก็ได้เคยให้สาระเกี่ยวกับการเลือกใช้ หม้อน้ำ กันไปในบทความก่อนแล้ว รอบนี้เราจะไปดูกันถึงขั้นตอนการตรวจเช็คที่ถูกต้องและปลอดภัยกันไปดูกันเลยว่าวิธีการต้องทำอย่างไรบ้าง

ขั้นตอนการตรวจเช็ค และแก้ปัญหาเกี่ยวกับ หม้อน้ำ รถยนต์เบื้องต้น

การตรวจเช็ค หม้อน้ำ ด้วยตนเองนั้นความจริงแล้วไม่มีอะรยากหรือซับซ้อนเลย แต่สิ่งนี้ควรจำเป็นต้องทำติดต่อกันอย่างสม่ำเสมอและไม่ควรปล่อยปะละเลยอย่างยิ่ง อาจจะเป็นทุกๆรอบเดือนหรือสัปดาห์ก็ยิ่งดี ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้ตัวเรานั้นได้รับรู้ถึงสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในห้องเครื่อง และสามารถดำเนินการแก้ไขได้ทันท่วงที ซึ่งขั้นตอนและจุดที่ควรตรวจเช็คมี ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ตรวจดูระดับน้ำใน หม้อน้ำ ว่ายังคงมีน้ำอยู่หรือไม่อย่างไร

เปิดฝา หม้อน้ำ เพื่อดูระดับเเละสีของน้ำหล่อเย็นภายใน
เปิดฝา หม้อน้ำ เพื่อดูระดับเเละสีของน้ำหล่อเย็นภายใน

ทุกท่านสามารถที่จะตรวจดูระดับน้ำหล่อเย็นด้วยตนเองได้ ในขณะที่เครื่องยนต์เย็นตัวลงแล้ว ข้อควรระวังก็คือห้ามเปิดฝา หม้อน้ำ ตอนเครื่องร้อนโดยเด็ดขาด โดยตัวของ หม้อน้ำ รถยนต์นั้นจะติดตั้งอยู่บริเวณภายในห้องเครื่อง หากเปิดฝากระโปรงรถขึ้นก็จะสามารถสังเกตเห็นฝาโลหะได้อย่างชัดเจน

เมื่อเปิดฝาได้แล้วให้สังเกตที่ปริมาณน้ำในหม้อว่าลดต่ำหรือแห้งเหือดเพียงใด เพราะโดยปกติแล้วระดับของน้ำใน หม้อน้ำ รถยนต์ควรจะต้องเต็มอยู่เสมอ ถ้าเกิดเปิดดูแล้วพบว่าน้ำลดลงไป เราสามารถเติมน้ำยาหล่อเย็นลงไปใหม่ให้เต็มได้ ซึ่งตัวน้ำยาสามารถซื้อได้ตามร้านขายอะไหล่รถยนต์ทั่วไป

และที่สำคัญอย่าลืมดูว่าน้ำยาหล่อเย็นของเก่าที่อยู่ใน หม้อน้ำ มันผิดปกติหรือมีในส่วนของสีสนิมขึ้นมาหรือไม่หากพบว่ามีควรรีบนำรถเข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นจะดีที่สุด

ขั้นตอนที่ 2 ควรดูให้น้ำในหม้อพัก อยู่ในระดับ Max เสมอ

มีสัญลักษณ์ระบุระดับของสารหล่อเย็นอย่างชัดเจนที่ หม้อน้ำ
มีสัญลักษณ์ระบุระดับของสารหล่อเย็นอย่างชัดเจนที่ หม้อน้ำ

โดยปกติแล้วน้ำในหม้อพักรถยนต์ จะต้องอยู่ที่ระดับ Max เสมอ โดยจะมีสัญลักษณ์บอกระดับอยู่อย่างชัดเจน ถ้าตรวจพบว่าน้ำอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าคำว่า Min นั่นหมายถึง หม้อน้ำ ของคุณมีปริมาณน้ำที่น้อยจนเกินไป อาจ่างผลเสียต่อรถยนต์ของคุณได้เนื่องจากเครื่องยนต์จะฮีตนั่นเอง ขั้นตอนการแก้ไขก็ไม่ยากเย็นอะไรเลยเพียงแค่ เติมน้ำยาหล่อเย็นให้ถึงสัญลักษณ์คำว่า Max เพียงเท่านี้ก็เสร็จแล้วแต่ระวังอย่าเติมจนเลยขีดที่กำหนดเพราะถ้ากหากในกรณีที่น้ำร้อนจนเดือดมันจะกระฉอกออกมาได้

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจเช็ครอยรั่วซึมหรือรอยแตกร้าว ของ หม้อน้ำ

ห้างสารหล่อเย็นหายไปจากหม้อน้ำแบบไม่มีสาเหตให้คิดว่า มีการเเตกร้าวเเละรั่วซึมอย่างแน่นอน
ห้างสารหล่อเย็นหายไปจากหม้อน้ำแบบไม่มีสาเหตให้คิดว่า มีการเเตกร้าวเเละรั่วซึมอย่างแน่นอน

หากคุณได้ทำการเติมน้ำหรือน้ำยาหล่อเย็นจนถึงระดับที่กำหนดแล้ว แต่เมื่อผ่านไปกลัยมาดูอีกครั้งปรากฏว่าน้ำที่เติมได้หายไปจนหมด หรือระดับน้ำลดลงไปอย่างผิดปกติ ให้สันนิษฐานไว้ได้เลยว่า ต้องมีอุปกรณ์ส่วนใดในบริเวณ หม้อน้ำ ชำรุดหรือเสียหายอย่างแน่นอนซ฿งก็สามารถเป็นได้ตั้งแต่

  • ท่อยางแตก
  • พัดลม หม้อน้ำ รุดจนไม่สามารถทำงานได้
  • บริเวณ หม้อน้ำ เกิดรอยรั่ว
  • ชิ้นส่วนประเก็นแตก
  • ฝาโก่ง

หากพบปัญหาดังที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ควรนำรถเข้าศูนย์เพื่อให้ช่างที่เชี่ยวชาญมากกวาเป็นผู้ดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขจะดีที่สุด

ขั้นตอนที่ 4 ตรวจดูความร้อนของ หม้อน้ำ ว่ามันขึ้นสูงจนเกินไปหรือไม่

ที่แผงหน้าปัดจะมีระดับความร้อนขึ้นมาให้ดูอย่างชัดเจน
ที่แผงหน้าปัดจะมีระดับความร้อนขึ้นมาให้ดูอย่างชัดเจน

ขณะขับรถยนต์นั้น ควรสังเกตดูเกจ์ความร้อนหากพบว่ามันขึ้นสูงเกินกว่าปกติ ควรแวะหาที่จอดทันที ไม่ควรที่จะฝืนขับต่อไป เมื่อจอดได้แล้วให้ทำการเปิดฝากระโปรงรถทิ้งไว้ซักพักหนึ่ง เพื่อช่วยระบายความร้อนให้ลดลงได้มากขึ้น อย่างที่เคยกล่าวไปแล้วว่าในกรณีที่เครื่องยนต์ยังร้อนอยู่ ให้ปล่อยไว้จนกว่าจะเย็นแล้วค่อยเปิดฝา หม้อน้ำ เพราะถ้าเปิดเอาตอนร้อนๆเลยแรงดันอาจจะทำให้น้ำพุ่งขึ้นมาลวกได้ ต่อมาให้ค่อย ๆ เติมน้ำอุณหภูมิห้องทีละน้อย อย่าเติมน้ำเย็นเด็ดขาดเพราะสามารถทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

ขั้นตอนที่ 5 ตรวจเช็คว่าเกิดการตันภายใน หม้อน้ำ หรือไม่

การที่ หม้อน้ำ ตันล้วนไม่ส่งผลดีต่อรถยนต์อย่างแน่นอน
การที่ หม้อน้ำ ตันล้วนไม่ส่งผลดีต่อรถยนต์อย่างแน่นอน

วิธีการคือตรวจดูด้วยสายตาว่าสีของน้ำผิดปกติมีอะไรเจือปนหรือไม่ หากพบว่ามีสีเหมือนสีสนิมอยู่ มีคราบของตะกรันให้รีบถ่ายน้ำในออกโดยทันที หากปล่อยไว้เยอะจนเกินไป ล้างเท่าไรก็เอาออกไม่หมดจำเป็นจะต้องส่งช่างเท่านั้น

ติดตามเนื้อหาสาระดีๆเกี่ยวกับยานพาหนะอีกหลายเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ motorcheckin คลิกที่ลิ้งค์ได้เลย!

Jack Dunlop