พาส่อง Mitsubishi Xforce ก่อนลุ้นเปิดตัวบ้านเราในปีหน้า!

Take a look at the Mitsubishi Xforce before it launches in our country next year!
หัวข้อที่น่าสนใจ

ทางโมโตเช็คอินขอแนะนำ Mitsubishi Xforce เวอร์ชัน 2024 ที่มากันในสไตล์ B-SUV ซึ่งล่าสุดได้นำมาถูกพัฒนาที่จัดได้ว่าเป็นการต่อยอดมาจากรุ่น XFC Concept จากแบรนด์เดียวกัน โดยรูปโฉมครั้งนี้ถูกออกแบบมาให้ทันสมัย และดูบึกบึนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ที่ให้กำลัง 105 แรงม้า

ทั้งหมดนี้จะเน้นจับกลุ่มลูกค้าในกลุ่มชาวอาเซียน, ละตินอเมริกา,ตะวันออกกลาง และแอฟริกา โดยคาดการณ์ว่าในบ้านเราที่เมืองไทยจะได้รับการเปิดตัวในช้วงต้นปี 2567 ที่จะถึงนี้นั่นเอง ซึ่งกับบทความนี้ทางทีมงานเราก็ได้ไปรวบรวมข้อมูลนำมารีวิวให้กับท่านผู้อ่านทุกท่านเป็นที่เรียบร้อยทั้งการดีไซน์และพละกำลังของ Mitsubishi Xforce จะถูกอกถูกใจท่านผู้อ่านหรือไม่ไปดูกันเลย!

ดีไซน์ภายนอก Mitsubishi Xforce เวอร์ชัน 2024

รูปลักษณ์ภายนอกของเจ้า Mitsubishi Xforce เวอร์ชัน 2024
รูปลักษณ์ภายนอกของเจ้า Mitsubishi Xforce เวอร์ชัน 2024

สำหรับการออกแบบภายนอกของ Mitsubishi Xforce เวอร์ชัน 2024 นั้นด้านงานดีไซน์ถือว่านำเอารายละเอียดยิบย่อย มาจากรุ่น XFC Concept ที่เป็นตัวต้นแบบมาเกือบยกชุด เมื่อดูกันที่บริเวณด้านหน้ารุ่นนี้มาในแนวทางแบบ Dynamic Shield ที่ออกแบบให้กระจังหน้ามีขนาดที่ใหญ่ พร้อมกับติดตราโลโก้ทรีไดมอนด์สีเงิน ขณะที่ชุดไฟหน้า และไฟท้ายมาในทรง T-Shape ดีไซน์ล้ำสมัย ขณะที่ชุดล้อจะมีขนาด 18 นิ้ว รัดด้วยยาง 225/50/R18

ในด้านมิติของตัวรถ Mitsubishi Xforce

  • ยาว 4,390 มิลลิเมตร
  • กว้าง 1,810 มิลลิเมตร
  • สูง 1,660 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ Wheelbase 2,650 มิลลิเมตร
  • ระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance 222 มิลลิเมตร

ดีไซน์ภายใน

ภายในที่หรูหราสะดวกสบายมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยน่าใช้งาน
ภายในที่หรูหราสะดวกสบายมาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยน่าใช้งาน

สำหรับการออกแบบภายในห้องโดยสารนั้น Mitsubishi Xforce ได้รับการออกแบบให้ดูแตกต่างจากรถมิตซูบิชิรุ่นอื่นๆ อยู่หลายจุดด้วยกัน ซึ่งรุ่นนี้จะค่อนข้างมาพร้อมความล้ำสมัย ด้วยแผงแดชบอร์ดโดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Digital Driver Display ที่มีขนาด 8 นิ้ว

ไม่เพียงเท่านี้ทางแบรนด์ยังให้หน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 12.3 นิ้ว ที่วางอยู่ในแผงเดียวกันมาด้วย และยังรองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายตอบโจทย์การใช้งานผ่านระบบออนไลน์  เสริมความหรูหราขึ้นไปอีกกับระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Premium มาพร้อมลำโพงกว่า 8 ตำแหน่ง ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้ผลิตรถยนต์ร่วมมือกับค่ายเครื่องดนตรี และอุปกรณ์เครื่องเสียงสร้างสรรค์นวัตกรรมชั้นเลิศนี้ออกมาให้เหล่าผู้ใช้งานสัมผัสกัน

ตอบโจทย์การโดยสารที่มากยิ่งขึ้น

เมื่อสังเกตกันที่ภายในห้องโดยสารจะเห็นว่าสามารถรองรับได้ถึง 5 ที่นั่งด้วยกัน โดยทาง Mitsubishi  ได้ออกมาเคลมเอาไว้ว่าด้านในรถจะถูกดีไซน์ให้มีความกว้างขวางมากกว่าในรถกลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีในส่วนของเบาะที่นั่งหุ้มด้วยวัสดุ Mélange ที่ถูกเคลมว่ามีคุณสมบัติกันคราบได้เป็นอย่างดี รวมทั้งยังสามารถกันความร้อนได้ เบาะด้านหลังที่สามารถปรับปรับพับแยกแบบ 40:20:40 และยังได้เพิ่มเติมสิ่งอำนวยความสะดวกลงมาอีกหลากหลายจุด ได้แก่

  • ช่องเก็บความเย็น
  • แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย
  • พอร์ต USB ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  • ชุดไฟช่วยสร้างบรรยากาศ
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone
  • เทคโนโลยี Nanoe-X
  • ฟังก์ชัน Hands-free เปิด-ปิดประตูท้ายด้วยไฟฟ้า

ข้อมูลด้านขุมพลังของเจ้า Mitsubishi Xforce

Mitsubishi Xforce engine version 2024
Mitsubishi Xforce engine version 2024

สำหรับข้อมูลในด้านขุมพลังของเจ้า Mitsubishi Xforce เวอร์ชัน 2024 ทางทีมงานคาดว่าจะมีการติดตั้ง ขุมพลังเดียวกับรุ่น Xpander นั่นก็คือเครื่องยนต์เบนซิน รหัส 4A91 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว วาล์วแปรผัน MIVEC ขนาด 1.5 ลิตร 1,499 ซีซี.กำลังสูงสุด 105 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า และมาพร้อมความจุถังน้ำมัน 45 ลิตร รองรับน้ำมันสูงสุด E20 นั่นเอง และนอกจากนี้ยังสามารถเลือกปรับโหมดการขับขี่ได้ถึง 4 รูปแบบ ได้แก่

  1. Normal Mode
  2. Wet Mode
  3. Gravel Mode
  4. Mud Mode

สำหรับท่านที่สนใจ

ราคาที่ตลาดอินโดตอนนี้ออกมาทั้งหมด 2 รุ่นในราคา ราวๆ 8.7 แสนบาทเเละ 9.6 แสนบาท
ราคาที่ตลาดอินโดตอนนี้ออกมาทั้งหมด 2 รุ่นในราคา ราวๆ 8.7 แสนบาทเเละ 9.6 แสนบาท

และท่านผู้อ่านคนใหนที่ต้องการ Mitsubishi Xforce เวอร์ชัน 2024 มาเป็นเจ้าของแล้วหละก็ ทางตลาดอินโดนีเซีย นั้นมีให้เลือกทั้งหมด 6 เฉดสี โดยได้แก่

  • สีขาวมุก Quartz White Pearl
  • สีเงินเมทัลลิก Blade Silver Metallic
  • สีดำไมก้า Jet Black Mica
  • สีแดงเมทัลลิก Red Metallic
  • สีเทาเมทัลลิก Graphite Gray Metallic
  • สีเหลืองเมทัลลิก Energetic Yellow Metallic

และสำหรับราคาจำหน่ายของเจ้า Mitsubishi Xforce เวอร์ชัน 2024 ทางอินโดนีเซีย มีรุ่นย่อยให้เลือก 2 รุ่นนั่นก็คือ XForce Exceed ที่มีราคาค่าตัวอยู่ที่ 382,500,000 รูเปียห์ ตีเป็นค่าเงินไทยก็จะอยู่ที่ราว 8.7 แสนบาทและอีกรุ่นหนึ่งกับ XForce Ultimate มาในราคา 419,100,000 หรือที่ราว 9.6 แสนบาทไทยนั่นเอง

เชื่อว่าจะได้รับการเปิดตัวอย่างช้าสุดในบ้านเราก็คงจะเป็นในช่วงต้นปี 2567 ที่จะถึงนี้ และถ้าหากทางทีมงานโมโตเช็คอินได้ข้อมูลเพิ่มเติมอย่างไร ทางผู้เขียนจะรีบนำมารายงานให้ทราบอีกครั้ง และเช่นเคยทุกท่านสามารถอัปเดตข่าวรถยนต์ ดูรีวิวรถยนต์ทุกยี่ห้อ พร้อมเกาะติดข่าวได้ทันท่วงทีไปกับเว็บไซต์ motorcheckin คลิกเลย!

Ying Kanokporn