แนะนำ รถประหยัดน้ำมัน กับ Honda WR-V อัปเดตใหม่ปี 2024

แนะนำ รถประหยัดน้ำมัน กับ Honda WR-V อัปเดตใหม่ปี 2024
หัวข้อที่น่าสนใจ

กับโมโตเช็คอินรอบนี้เราขอเเนะนำกับ Honda WR-V ที่จัดเป็น รถประหยัดน้ำมัน ไซส์เล็กจากฮอนด้า ที่มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยว กะทัดรัดคล่องตัว และประหยัดน้ำมัน ซึ่งก่อนที่จะนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการช่วงเดือนมีนาคม ปี 2023 ที่ได้ผ่านมาจนเข้าปี 2024 นี้ ยังคงใช้สดีไซน์รถเอสยูวี ที่มีขนาดเล็กที่สุดของแบรนด์ ฮอนด้า ที่มีจำหน่ายอยู่ในประเทศไทย ณ ตอนนี้ ด้วยตัวถังที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด จึงมีความคล่องตัวทั้งการขับขี่ในเมือง และนอกเมืองกับบทความนี้เราจะมาดูรายละเอียดการอัปเดตล่าสุดของเจ้า Honda WR-V รุ่นนี้กัน

กรออกแบบภายนอก

รูปโฉมของ Honda WR-V รุ่น RS ปี 2024
รูปโฉมของ Honda WR-V รุ่น RS ปี 2024

ดีไซน์ภายนอกของ Honda WR-V รุ่น RS โดดเด่นด้วยกระจังหน้าที่เป็นสีเงินโครเมียมพร้อมโลโก้ RS ที่มุมขวาล่างของกระจัง ในส่วนของไฟหน้าเป็นแบบแอลอีดี มีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบเปิดไฟสูงอัตโนมัติ มีไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ และไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบวิ่งออกข้าง ถัดลงมาด้านล่างคือไฟตัดหมอกพร้อมกรอบสีดำด้าน ที่ด้านบนของกระจกหน้ารถจะมีกล้อง ซึ่งกล้องตัวนี้ทำหน้าที่ในการตรวจจับ ทำงานให้กับระบบความปลอดภัยหลายระบบของรถคันนี้ รวมไปถึงระบบ Honda SENSING ด้วย

กระจกมองข้างสีดำเงา พับและปรับได้ด้วยไฟฟ้า มีไฟเลี้ยวให้ในตัว ฝั่งซ้ายจะมีกล้องมาให้ 1 ตัว ซึ่งกล้องตัวนี้จะทำงานในระบบความปลอดภัย Honda LaneWatch เมื่อเราเปิดไฟเลี้ยวซ้าย จะขึ้นเป็นภาพแสดงที่หน้าจอตรงกลาง ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยที่ช่วยลดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากมุมอับสายตา

มือเปิดประตู จะมีปุ่มสีดำเล็กๆ สำหรับล็อคและปลดล็อครถ และยังมีระบบ Walk Away Auto Lock ซึ่งระบบนี้จะล็อครถให้เองเมื่อผู้ถือกุญแจยืนอยู่นอกรถ และยังสามารถสั่งสตาร์ทรถผ่านกุญแจรีโมทได้อีกด้วยครับ รุ่น RS จะได้เป็นล้อสีทูโทนขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 215/55R17 ระบบเบรกด้านหน้าดิสก์ ด้านหลังดรัมเบรก ไฟท้าย LED รูปตัวแอลคว่ำหัว พร้อมกล้องมองหลังที่สามารถปรับมุมมองได้ 3 ระดับ ฝากระโปรงท้ายเปิดแบบแมนนวลมือยังไม่ใช่ไฟฟ้า

การตกแต่งภายในห้องโดยสาร

ภายในมีการตกแต่งที่ให้กลิ่นอายความสปอร์ต
ภายในมีการตกแต่งที่ให้กลิ่นอายความสปอร์ต

ใน Honda WR-V รุ่น RS ภายในจะเป็นเบาะหนังสีดำสลับผ้าสีแดง พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุสีแดงที่สื่อถึงความสปอร์ต ต่างจากในรุ่น SV ที่เป็นภายในสีดำธรรมดา พวงมาลัยแบบ 3 ก้านหุ้มหนัง พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชันสำหรับควบคุมเครื่องเสียง มีปุ่มรับสาย-วางสาย และปุ่มตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control มาพร้อมจอเครื่องเล่นแบบทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto มีระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน SIRI และระบบเชื่อมต่อ Honda Connect เมื่ออยู่ในตำแหน่งเกียร์ถอยกล้องจะตัดเป็นภาพด้านหลัง มองเห็นรู้เรื่องทั้งกลางวันและกลางคืน นอกจากนี้ยังสามารถปรับมุมกล้องได้ 3 ระดับ

และถ้าหากเปิดไฟเลี้ยวซ้าย หรือกดปุ่มที่อยู่ปลายก้านทางฝั่งขวา กล้องที่อยู่ใต้กระจกมองข้างฝั่งซ้ายจะทำงาน หน้าจอกลางในรถจะขึ้นเป็นภาพด้านซ้ายของตัวรถ ซึ่งระบบนี้เรียกว่า Honda LaneWatch เป็นระบบความปลอดภัยเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุจากมุมอับสายตา ซึ่งภาพตอนกลางคืนก็มองเห็นได้อย่างชัดเจนไม่แพ้ตอนกลางวันเลยทีเดียว

เบาะหลังปรับได้

เบาะหลังปรับแยกได้ 2 ส่วน 60:40 เมื่อพับเบาะในรุ่น Honda WR-V จะไม่ได้เรียบเหมือน Honda Jazz แต่จะเป็นขั้นบันไดอยู่เล็กน้อย และฐานเบาะนั่งไม่สามารถยกขึ้นมาได้ มีที่วางแขนตรงกลางแบบพับเก็บได้ แต่แอบเสียดายที่ยังไม่มีแอร์ด้านหลังมาให้ สำหรับการนั่งโดยสารเบาะหลัง ถือว่านั่งได้สบาย เบาะนุ่มกำลังดี ประกอบกับด้านข้างเป็นกระจกบานใหญ่ จึงทำให้ไม่รู้สึกเวียนหัว

รายละเอียดด้านเครื่องยนต์

เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 1,498 ซีซี ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC กำลังสูงสุด 121 แรงม้า ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด (7-Speed Paddle Shift) อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงใน Eco Sticker 16.7 กิโลเมตร/ลิตร

สำหรับท่านที่สนใจ

Honda WR-V มาพร้อมกับ 2 รุ่นย่อย
Honda WR-V มาพร้อมกับ 2 รุ่นย่อย

Honda WR-V มาพร้อมกับสองรุ่นย่อย ได้แก่

  • รุ่น SV ราคา 799,000 บาท
  • รุ่น RS ราคา 869,000 บาท

สำหรับคันที่ออโต้สปินน์นำมารีวิวในครั้งนี้คือรุ่นท็อปสุด RS ราคา 869,000 บาท และเป็นสีแดงหลังคาดำซึ่งมีเฉพาะในรุ่น RS เท่านั้น ซึ่งสีนี้จะต้องจ่ายเพิ่มอีก 10,000 บาท รวมเป็น 879,000 บาท เเละเช่นเคยอัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพ เช็คราคา ตารางผ่อน พร้อมเกาะติดข่าวสารรถยนต์ไฟฟ้า EV ได้กับเว็บไซต์ motorcheckin.com คลิกเลย!

Jack Dunlop