เหตุผลที่ผู้ใช้รถยนต์ไม่ควร ขนของ เกินขนาด หากทำเเล้วมีผลอย่างไร?

เหตุผลที่ผู้ใช้รถยนต์ไม่ควร ขนของ เกินขนาด หากทำเเล้วมีผลอย่างไร?
หัวข้อที่น่าสนใจ

ปกติแล้วเรามักจะใช้ รถบรรทุก ในการบรรทุกของขนสัมภาะระต่างๆ ไม่ว่าจะใช้ในการทำมาหากินหรือใช้ในครอบครัว การที่บรรทุกของมากหรือหนักจนเกินไปอาจทำให้เป็นอันตรายได้ ซึ่งการ ขนของ เยอะจนเกินพอดีถือเป็นเรื่งอันตรายที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่งเพราะนอกจากจะทำให้ตัวของคุณมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุแล้วยังถือว่ามีความผิดตามกฎหมายอีกด้วย กับโมโตเช็คอินในรอบนี้จึงจะขอมาทำความเข้าใจกับพี่น้องทุกท่านเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ ขนของ หรือสัมภาระที่มากเกินไปว่าจะมีผลอย่างไรตามมาบ้างไปดูกันเลย

เหตุใดจึงไม่ควรมองข้ามเรื่องการ ขนของ เกินขนาด

นอกจากจะหนักรถเเละยังบดบังวิสัยทัศน์อีกด้วย
นอกจากจะหนักรถเเละยังบดบังวิสัยทัศน์อีกด้วย

อย่างแรกเลยการ ขนของ ที่อัดแน่นหรือวางซ้อนทับกันจนสูงเกินพอดีทำให้บดบังวิสัยทัศน์ ด้วยสิ่งของที่ถูกบรรทุกมีมากจนเกินไป ทำให้ล้นออกทุกทิศทางจนมองไม่เห็นรถที่ตามมาจากด้านหลังหรือด้านข้าง อันตรายทั้งต่อตัวเราเองรวมถึงเพื่อนร่วมทางได้เช่นกัน อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดยางระเบิด หากบรรทุกของเกินอาจทำให้เกิดยางระเบิดหรือเสียหายได้ เพราะด้วยการบรรทุกที่เกินสมรรถนะของยางและช่วงล่างที่รับน้ำหนักไม่ไหวอายุการใช้งานของยางลดลง

นอกจากการบรรทุกน้ำหนักเกินอัตราส่งผลทำให้การเคลื่อนไหวของหน้ายางมีมากขึ้น และยังทำให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนระหว่างหน้ายางกับโครงยางลดลง ยางเกิดการสึกหรอเร็วขึ้นกว่าปกติรถเสียสมดุล ด้วยบรรทุกของหนักเกินอัตราทำให้รถเสียความสมดุลกับการถ่ายน้ำหนัก ทำให้รถตอนหน้าเบาจนล้อหน้าขาดแรงยึดเกาะถนน เมื่อเลี้ยวทำให้เลี้ยวยากหรือเบรกยาก หากมีรถตัดหน้าหรือถนนลื่นโอกาสเสียหลักได้ง่าย

กฎหมาย ในการใช้รถขนของ

ขนของ เกินปกติผิดตามกฎหมายอีกด้วย
ขนของ เกินปกติผิดตามกฎหมายอีกด้วย

นอกจากบรรทุกของเกินขนาดทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายแล้ว ยังมีความผิดตามกฎหมายอีกด้วย เนื่องจากปกติทั่วไปแล้วรถกระบะจะสามารถบรรทุกได้ 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม ตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 แต่จะมีหลายรูปแบบที่แตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็นสองตอนหรือตอนเดียว ซึ่งสามารถทำการจดทะเบียนเพื่อการพาณิชย์ได้ ถ้าไม่อยากได้ใบสั่งแนะนำให้บรรทุกให้ถูกตามที่กฎหมายกำหนดจะดีที่สุด ได้แก่

  1. ขนาด ความกว้าง จะต้องไม่เกินความกว้างของตัวรถ
  2. ความสูง ที่รถกระบะบรรทุกได้สูงจากพื้นทางได้ไม่เกิน 3 เมตร ในกรณีที่รถมีความกว้างเกิน 2.3 เมตร ให้บรรทุกได้ไม่เกิน 4 เมตรจากพื้นทางครับ
  3. ความยาว จากด้านหน้ายื่นได้ไม่เกินหน้าหม้อรถ ด้านหลังยื่นพ้นจากตัวรถได้ไม่เกิน 2.5 เมตร โดยจะต้องติดธงสีแดงหรือไฟสัญญาณแสงสีแดง ให้รถคันหลังเห็นได้อย่างชัดเจนในระยะที่ไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร
  4. การป้องกัน จะต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันสิ่งของไม่ให้ตกหล่นจากรถหรือปลิวไปจากรถ เพราะหากตกหล่นอาจก่อให้เกิดเหตุเดือนร้อนหรือเกินอันตรายแก่ผู้อื่นได้นั่นเอง

บทสรุป

ในส่วนของความเร็วก็สำคัญไม่แพ้กันเลย ควรที่จะขับในความเร็วปกติที่ไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนด และควรที่จะขับอยู่ในช่องซ้ายด้วย แต่ถ้าท่านใดที่จะต้องบรรทุกของหนักเกิน 1 ตัน เจ้าของรถจะต้องทำการติดต่อกับสำนักงานขนส่งเพื่อของยื่นเรื่องขออนุญาตดัดแปลงรถกระบะ เช่น การเสริมแหนบ เปลี่ยนกระทะล้อ เพื่อให้สามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากขึ้น แล้วยังมีความปลอดภัย รวมไปถึงยังถูกตามกฎหมายอีกด้วย  เเละเช่นเคยทุกท่านสามารถอัปเดตข่าวรถยนต์ ดูรีวิวรถยนต์ทุกยี่ห้อ พร้อมเกาะติดข่าวอย่าทันท่วงทีไปกับเว็บไซต์ motorcheckin คลิกเลย!

Ying Kanokporn