เคล็ดไม่ลับวิธีเลือกซื้อรถกระบะให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน

หัวข้อที่น่าสนใจ

รถกระบะ เป็นรถอีก 1 ประเภทที่เชื่อว่าหลายคนนิยมที่จะซื้อมาเพื่อที่จะมีวัตถุประสงค์ในการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าที่จะต้องมีการขนเอาวัสดุเครื่องมือทำมาหากินต่างๆไปขายของก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้รถกระบะ เนื่องจากสามารถขนย้ายสิ่งของต่างๆได้นั่นเอง เพราะฉะนั้นการเลือกซื้อรถก็จะต้องใส่ใจในเรื่องของขนาด สมรรถนะ รวมไปถึงการทนทานต่างๆที่จะทำให้เราสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างดี และมีความคุ้มค่ากับเงินที่ซื้อมามากยิ่งขึ้น แล้ววันนี้เราก็ได้มีการรวบรวมนำเอาสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกซื้อรถกระบะมาแนะนำกัน ลองไปดูกันซิว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง 

ข้อควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อรถกระบะ 

ถ้าเรามีการเลือกซื้อรถโดยที่ไม่พิจารณาถึงวัตถุประสงค์ที่จะนำไปใช้งาน ให้มีความเหมาะสมกับลักษณะงานก็อาจจะทำให้ตัวรถนั้นเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงอาจจะส่งผลทำให้รถของคุณนั้นไม่สามารถตอบโจทย์การทำธุรกิจของคุณได้ดีเท่าที่ควร ก็กลายเป็นว่าไม่คุ้มกับเงินที่เสียไปนั่นเอง ฉะนั้นต้องมีการพิจารณาและเลือกให้ดีโดยมีข้อควรรู้ดังต่อไปนี้ 

  • ขนาด ก่อนซื้อรถกระบะควรจะต้องใส่ใจในเรื่องของขนาดก่อนโดยรถกระบะที่มีการวางจำหน่ายในประเทศไทยทั้งหมดส่วนใหญ่แล้วจะเป็นรถกระบะขนาดกลางที่มีน้ำหนักบรรทุก 1 ตันที่ออกแบบในการรองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์และเชิงโดยสาร โดยใครที่ต้องการเลือกซื้อรถกระบะแทนรถเก๋งก็จะต้องทำความเข้าใจว่าในเรื่องของความคล่องตัวในการขับขี่หรือจอดในเมืองก็ค่อนข้างยากมากกว่ารถเก๋ง แต่ถ้าคุณต้องการที่จะเน้นในเรื่องของการขนของก็สามารถที่จะเลือกซื้อรถกระบะ และนำไปดัดแปลงเพิ่มเติมที่ถูกต้องตามกฎหมายที่เหมาะสมได้ 
  • เครื่องยนต์ เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากๆจะต้องมีการเลือกให้ดี เนื่องจากจะหมายถึงความทนทานและความประหยัดโดยจะต้องเทียบพละกำลังเมื่อเทียบกับเงินที่ต้องจ่ายไป โดย จะมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 1.9 ลิตร 2.0 ลิตร 2.3 ลิตร 2.4 ลิตร รวมไปถึงบางผู้ผลิตในก็จะมีเครื่องยนต์ขนาดสูงถึง 2.8 ลิตรและ 3.0 ลิตรให้เลือกอีกด้วย 
  • ระบบเกียร์ ดูระบบเกียร์นั้นจะเป็นระบบส่งกำลังของรถกระบะก็จะไม่ได้มีหลายรูปแบบโดยส่วนใหญ่แล้วก็จะมี 2 รูปแบบนั่นก็คือ ระบบเกียร์ธรรมดา และระบบเกียร์อัตโนมัติ โดยแต่ละระบบเกียร์ก็จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอัตราการสิ้นไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอัตราการสิ้นเปลือง รวมไปถึงการดูแลในระยะยาวก็แตกต่างกันไป 
  • รูปแบบตัวถัง สำหรับรถกระบะนั้นจะมีรูปแบบตัวถังให้เลือก 3 รูปแบบตามวัตถุประสงค์ โดยมีดังต่อไปนี้
    • รถกระบะ 2 ประตูตอนเดียว แบบนี้สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 2 ที่นั่ง รถกระบะแบบ 2 ประตูที่ออกแบบมาในเชิงพาณิชย์เป็นหลักโดยจะมีอุปกรณ์ค่อนข้างน้อย โดยมีแบบปกติที่นิยมนำไปต่อตู้ หรือ ทำรถคอก เพื่อใช้ในการขนส่งสินค้า โดยส่วนใหญ่แล้วจะไปทำธุรกิจเชิงพาณิชย์กับนั่นเอง 
    • รถกระบะ 2 ประตู แค็บเปิดได้ครึ่งตอน รองรับผู้โดยสารได้ 2 ที่นั่ง ดูรถกระบะในลักษณะนี้จะมีการเพิ่มในส่วนของแถบด้านหลังขึ้นมาทำให้มีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขึ้นมามากกว่ารถกระบะตอนเดียว และที่สำคัญยังสามารถเปิดประตูแคปได้เพื่อความสะดวกในการขนย้ายสัมภาระ แต่อย่างไรก็ตามตัวกระบะด้านหลังจะมีปริมาตรความจุที่ลดลง สำหรับใครที่ต้องการเลือกรถกระบะ 2 ประตูนั้นบอกเลยว่าไม่เหมาะสำหรับการเดินทางหลายคนเนื่องจากมีกฎหมายระบุเอาไว้ว่าต้องเดินทางไม่เกิน 2 คน สำหรับใครที่เน้นการเดินทางควรเลือกกระบะ 4 ประตูจะดีกว่า 
    • รถกระบะ 4 ประตู 2 ตอน รองรับผู้โดยสารได้ 5 ที่นั่ง สำหรับรถกระบะลักษณะนี้ออกแบบมาสำหรับการโดยสารและมีการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเหมือนกับรถเก๋งทุกประการ และยังมีพื้นที่ด้านหลังเพื่อใช้ไว้สำหรับขนของโดยเป็นรถที่ได้รับความนิยมไม่น้อยเลยทีเดียว สามารถนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้แต่อาจจะไม่สามารถขนย้ายสิ่งของหรือบรรจุของได้มากเท่ากับรถกระบะ 1 ตอนและรถกระบะ 2 ประตูแค็บ หรือ รถกระบะตอนครึ่ง 

โดยทั้งหมดนี้ก็จะเป็นหลักในการพิจารณาหลักๆเกี่ยวกับการเลือกรถกระบะมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการใช้งานส่วนตัวหรือว่าใช้ในเชิงพาณิชย์ 

Jack Dunlop