ความร้อน รถยนต์ขึ้นควรไปต่อหรือพอแค่นี้

ความร้อน รถยนต์ขึ้นควรไปต่อหรือพอแค่นี้ !
หัวข้อที่น่าสนใจ

สำหรับ ความร้อน กับเครื่องยนต์จัดเป็นสิ่ที่สัมพันธ์กัน เนื่องจากการทำงานของเครื่องยนต์นั้นการเผาไหม้อยู่ตลอดส่งผลให้เกิด ความร้อน ขึ้นมานั่นเอง เพราะฉะนั้นทุกท่านจะสังเกตได้ว่า รถยนต์ แทบทุกคันทั้งในอดีตและปัจจุบันจะมีการติดตั้งระบบระบายความร้อนมาทั้งหมด เพื่อจะรักษาอุณหภูมิในห้องเครื่องให้อยู่ในระดับเหมาะสม

ในกรณีที่เกิด ความร้อน สูงกว่าปกติซึ่งปัญหานี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยใน ฤดูร้อน ด้วยปัจจัยของสภาพอากาศอาจส่งผลเสียให้เครื่องยนต์ของเราเสียหายได้ โดยโมโตเช็คอินครั้งนี้ มีวิธีมาแนะนำว่าควรแก้ปัญหาอย่างไรหากพบว่า รถยนต์ของท่านมี ความร้อน ขึ้นจะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย

ความร้อน ขึ้นในรถยนต์หมายความว่าอย่างไร?

รถยนต์มี ความร้อน ขึ้น หมายความว่า อุณหภูมิภายในห้องเครื่อง หรือ ตัวของเครื่องยนต์เองนั้น ขึ้นสูงกว่าทุกครั้งใช้งานมากกว่าปกติ โดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่คงที่ระหว่าง 80 ถึง 100 องศาเซลเซียส ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกด้วย ในกรณีที่อุณหภูมิสูงกว่าปกติ อาจจะเกิดมาจากระบบระบายอากาศทำงานผิดปกติ เบื้องต้นควรพักรถให้เย็นลงก่อนและตรวจเช็คให้ทันที

วิธีในการสังเกต ความร้อน

เราสามารถสังเกต ความร้อน ได้จากแผงหน้าปัดของรถยนต์
เราสามารถสังเกต ความร้อน ได้จากแผงหน้าปัดของรถยนต์

อย่างแรกสามารถดูได้ง่ายๆบนบนแผงหน้าปัดของรถยนต์ซึ่งจะแสดงอุณหภูมิ ความร้อน ของเครื่องยนต์ที่ได้จากมาตรวัดโดยในบางรุ่นจะเป็นมาตรวัดที่มาพร้อมสัญลักษณ์ตัว C หมายความว่า Cool และ H หมายความว่า Hot เครื่องยนต์ที่มีอุณหภูมิตามปกติเข็มมาตรวัดส่วนมากจะถูกเซตมาจากโรงงานให้อยู่กึ่งกลาง ถือเป็นจุดที่ผู้ขับขี่รู้สึกสบายใจมากที่สุด

แต่ถ้าเกิดเข็มชี้ไปบริเวณขีดแดง หรือ Hot แสดงว่าเครื่องยนต์ของคุณอาจมีส่วนใดในห้องเครื่องที่ทำงานผิดปกตินั่นเอง สำหรับรถยนต์ที่ออกแบบมาให้ไม่มีเข็มมาตรวัดอุณหภูมิจะใช้เป็นสัญลักษณ์ตัว F แทน โดยไฟที่ขึ้นโชว์จะเป็นสีฟ้าเมื่อเครื่องเย็น และตรงข้ามกันจะโชว์ไฟสีแดงหากเครื่องมี ความร้อน กว่าที่ควรจะเป็น

สาเหตุของการเกิด ความร้อน ของรถยนต์

หากพบว่า รถยนต์ ของท่านมี ความร้อน ขึ้นโดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นจากระบบหล่อเย็นที่ทำงานผิดปกติ หรือ ชิ้นส่วนบางอย่างของเครื่องยนต์เกิดความเสียหายขึ้น ดังนี้

  • น้ำในระบบมีระดับต่ำ
  • เกิดการรั่ว ซึม หรือ ตัน บริเวณหม้อน้ำ
  • ปั๊มน้ำเสียหาย หรือหยุดการทำงานไป
  • พัดลมที่ใช้ระบายความร้อนไม่ทำงาน หรือ ทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
  • เกิดการรั่ว หรือตัน บริเวณท่อสายยาง

หากรถยนต์มี ความร้อนขึ้น สามารถขับไปต่อได้หรือไม่?

กรณีหม้อนำแห้งสามารถเติมน้ำลงไปได้ เมื่อเครื่องเย็นเเล้ว
กรณีหม้อนำแห้งสามารถเติมน้ำลงไปได้ เมื่อเครื่องเย็นเเล้ว

ในกรณีที่รถยนต์มี ความร้อน ขึ้นหรือเรียกอีกอย่างว่า เครื่องโอเวอร์ฮีท อย่างแรกที่คุณผู้อ่านควรทำก็คือไม่ควรที่จะฝืนขับต่อไป แนะนำว่าควรหาที่ปลอดภัยในการจอดพักให้เร็วที่สุดที่จะทำได้ ตั้งสติ และเริ่มจากการดับเครื่องยนต์รอจนกว่า อุณหภูมิของเครื่องยนต์จะลดลง ต่อมาให้เปิดฝากระโปรงหน้ารถออกมาดู (ทั้งนี้ควรสวมถุงมือหรือใช้ผ้าในการช่วยจับสิ่งบริเวณต่างๆ)

เริ่มตรวจเช็คที่หม้อน้ำก่อนเป็นอันดับแรก สังเกตดูว่าปริมาณน้ำหล่อเย็นอยู่ในระดับที่ยังปกติอยู่หรือไม่ มีอาการแห้งหรือเปล่า และเน้นย้ำว่าไม่ควรเปิดฝาหม้อน้ำตอนร้อนๆโดยเด็ดขาด เพราะระบบจะมีแรงดันและ ความร้อน ที่สูงมากอาจเกิดอันตรายได้ การแก้ไขปัญหาขั้นต้นเริ่มจากการลองเติมด้วยน้ำสะอาดลงไปก่อน

ต่อมาลองสตาร์ตเครื่องลองขับต่อดูอีกซักระยะหนึ่งพร้อมกับคอยสังเกตอาการของเครื่องยนต์ไปด้วย หาก ความร้อน กลับมาเป็นปกติอาจเกิดมาจากหม้อน้ำแห้งเท่านั้นไม่มีปัญหาอะไรมากสามารถใช้งานต่อได้ แต่ถ้าพบว่ายังคงแจ้งเตือนอยู่ ให้ทำการตรวเช็คบริเวณส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ท่อน้ำ วาล์วน้ำ พัดลมระบาย ความร้อน

ในส่วนนี้ควรให้ช่างหรือผู้ที่มีประสบการณ์และความชำนาญมาดำเนินการจะดีที่สุด ไม่ควรที่จะขับต่อแล้วเพราะอาจจะส่งผลให้เครื่องยนต์และชิ้นส่วนอื่นๆเสียหายไปมากกกว่าที่เป็นอยู่

แนวทางการป้องกันสามารถทำได้อย่างไร?

ควรเข้าศูนย์บริการหรืออู่เพื่อตรวจเช็กตามระยะที่กำหนดอย่าสม่ำเสมอ
ควรเข้าศูนย์บริการหรืออู่เพื่อตรวจเช็กตามระยะที่กำหนดอย่าสม่ำเสมอ

ในส่วนของแนวทางการป้องกันในกรณีรถยนต์มี ความร้อน ขึ้นทุกท่านควรสำรวจตรวจเช็คห้องเครื่องของรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ ก่อนใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น ตรวจระดับน้ำหล่อเย็นภายในหม้อพักของเครื่องยนต์ว่าระดับน้ำลดลงหรือไม่อย่างไร หากพบว่าระดับน้ำลดควรเติมน้ำยาหล่อเย็นแทนการใช้น้ำเปล่าธรรมดา เพราะน้ำยาหล่อเย็นจะมีจุดเดือดที่สูงกว่าน้ำเปล่าทั่วไป และยังช่วยลดการเกิดสนิม และ ฟอง อีกด้วย

ข้อสำคัญในการใช้น้ำยาหล่อเย็นก็คือมันจะมีสีที่ทำให้สามารถมองเห็นรอยรั่วซึมตามจุดต่างๆได้ง่าย หรือ ง่ายที่สุดหากคุรผู้อ่านไม่มีความรู้เรื่องรถยนต์มากนักควรขับรถของท่านไปที่ศูนย์บริการหรืออู่เพื่อตรวจเช็กตามระยะที่กำหนดอย่างเคร่งครัด เพียงเท่านี้ก็ช่วยป้องกันการเกิด อุบัติเหตุ หรือ สิ่งที่ไม่คาดฝัน ขณะใช้รถใช้ถนนได้ระดับหนึ่งแล้ว

สามารถติดตามสาระดีละบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับยานพาหนะได้ที่ motorcheckin คลิกเลย!

Jack Dunlop