5 ประเด็นที่ สื่อว่าทิศทางตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ปี 2567 ในไทย ยังใงก็ไปต่อได้

5 ประเด็นที่ สื่อว่าทิศทางตลาด รถยนต์ไฟฟ้า ปี 2567 ในไทย ยังใงก็ไปต่อได้
หัวข้อที่น่าสนใจ

กับบทความนี้โมโตเช็คอินจะพาทุกท่านไปเจาะลึกกับทิศทางตลาด รถยนต์ไฟฟ้า กันดูซิว่าจะกลายเป็นรถยนต์แห่งอนาคตจริงหรือไม่อย่างไร? เเละเราจะสามารถปฏิวัติการขนไปในหนทางใด? ทางผู้เขียนก็ได้ไปทำการสรุปมาเป็น 5 ประเด็นให้เข้าใจง่ายกัน โดยเป็นข้อมูลจจากทาง Skyy Rider Electric ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำในอินเดีย ที่กล่าวถึงแนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตเอาไว้ ดังนี้

รถยนต์ไฟฟ้า ได้รับการยอมรับมากขึ้น

สมัยนี้ผู้คนเริ่มเปิดใจกับรถยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
สมัยนี้ผู้คนเริ่มเปิดใจกับรถยนต์ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

สังเกตได้ว่าปัจจุบันมีผู้ใช้ รถยนต์ไฟฟ้า กันอย่างแพร่หลายซึ่งดูเหมือนจะได้รับการยอมรับมากขึ้น และคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ใหม่จะไปรวมอยู่ที่รถยนต์ไฟฟ้าซะส่วนใหญ่โดยทาง Boomberg New Energy Finance ได้คาดการณ์เอาไว้ว่า ในปี 2025 สัดส่วนรถ EV จะเพิ่มสูงขึ้น 10% ของยอดรถใหม่ และในปี 2040 จะสูงถึง 58% เลยทีเดียว อีกทั้งประเภทรถยนต์ EV ที่หลากหลายก็ตอบสนองความต้องการผู้บริโภคได้หลายกลุ่ม หลายเจเนอเรชัน
ไม่เพียงเท่านี้ด้วยคู่แข่งของรถยนต์ชนิดนี้ที่ล้นตลาดยังทำให้ราคาเข้าถึงง่าย ไม่ว่าใครก็ใช้ EV ได้ แถมภาษีรถยนต์ไฟฟ้ายังถูกมาก แม้จะยังมีข้อจำกัดด้านอื่น ๆ เช่น สถานีชาร์จรถไฟฟ้า, การติดตั้ง EV Charger และความเร็วในการชาร์จ แต่คาดว่าในอนาคตปัญหาเหล่านี้จะค่อยๆหายไปนั่นเอง

เทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นเเต่ราคาเบาลง

คนส่วนใหญ่ไม่กล้าใช้ รถยนต์ไฟฟ้า เพราะยังกังวลเรื่องแบตเตอรีซึ่งมันคือหัวใจของการขับเคลื่อนรถ แม้จะรู้ว่าเทคโนโลยีในตอนนี้จะล้ำสมัยแล้วแต่แบตก็ยังราคาสูง ส่งผลให้เบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้าแพงตามไปด้วย ซึ่งแนวโน้มในอนาคตคาดว่า ต้นทุนแบตเตอรีรถ จะถูกลง เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ กำลัง R&D นวัตกรรมแบตใหม่เพื่อลดต้นทุน ขณะเดียวกัน ยังมีโอกาสที่จะได้เห็นแบตรถยนต์ไฟฟ้าที่ปลอดภัยมากขึ้น มีน้ำหนักเบา และประสิทธิภาพดีแบบเต็มพิกัดอีกต่างหาก
เรื่องที่น่าสนใจ คือ ราคาแบตเตอรีของรถยนต์ EV ในปี 2024 นี้ อาจต่ำลงกว่าเดิมถึง 50% เหลือราคาเริ่มต้นเพียง kWh ละ 2,000 บาท จากเดิม kWh ละ 4,000 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงกลางปี 2023 ที่ผ่านมา เนื่องจาก CATL ผู้ผลิตแบตเตอรียานยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของจีน ตั้งเป้าจะลดต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนชนิดเซลล์แบบ LFP ให้มีราคาถูกลงกว่าเดิมถึง 50% ภายในช่วงกลางปี 2024 นี้นั่นเอง แต่ยังชาร์จเร็วเช่นเดิม

ถูกออกแบบให้ขับได้ไกลและชาร์จได้ไวกว่าเดิม

ประสิทธิภาพการชาร์จแบตเตอรี่ที่พัฒนายิ่งขึ้น
ประสิทธิภาพการชาร์จแบตเตอรี่ที่พัฒนายิ่งขึ้น

ความกังวลเรื่องระยะทางในการขับขี่ทำให้คนยังไม่กล้าซื้อรถ EV เพราะเบื่อหน่ายกับการวางแผนเดินทางในแต่ละครั้งแต่ความกังวลนี้จะหมดไป เพราะคาดว่าภายใน 10 ปี ทุกท่านอาจจะเห็น รถยนต์ไฟฟ้า ที่ชาร์จครั้งเดียวแต่วิ่งได้ไกลมากๆ และชาร์จได้สะดวกพอๆกับการเติมน้ำมันเลย เนื่องจากมีวัสดุแบตเตอรีรถไฟฟ้า แบบใหม่ เช่น ซิลิคอน ที่ช่วยลดเวลาในการชาร์จแต่จุพลังงานได้มากขึ้น

ตอบโจทย์การอนุรักษณ์สิ่งเเวดล้อม

เมื่อย้อนกลับไปที่เหตุผลหลักในการผลิตรถพลังงานไฟฟ้าจะเห็นว่าเราผลิตมันเพื่อลดการปล่อยมลพิษ ซึ่งมันคือปัญหาใหญ่ของโลกที่ต้องเร่งแก้ไข ดู ๆ แล้วเทรนด์ความยั่งยืนน่าจะอยู่ไปอีกนาน และอาจขาดรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้ ยกตัวอย่าง สหราชอาณาจักรมีแผนยุติการขายรถเบนซินและดีเซลภายในปี 2030 แถมรถยนต์ใหม่ทุกคันต้องปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ตั้งแต่ปี 2035 ยิ่งไปกว่านั้น อุตสาหกรรมยานยนต์อาจนำวัสดุเหลือใช้มาผลิตชิ้นส่วนรถยนต์และเน้นกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นอีกด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับการตลาดแบบยั่งยืน เพราะเท่าที่สังเกตตอนนี้คือแบรนด์ไหนก็ผลิต รถอีวี ได้ แต่ค่ายไหนกันหละ? ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งเเวดล้อมอย่างจริงจัง คงต้องรอชมว่าใครจะซื้อใจผู้คนด้วยนวัตกรรมรักษ์โลกได้ก่อน

ปฏิวัติการขนส่งในอนาคตอันใกล้

Taxi EV  ทางเลือกใหม่ในอนาคต
Taxi EV ทางเลือกใหม่ในอนาคต

รถยนต์ไฟฟ้าคืออนาคตของการขนส่ง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ามันกำลังเกิดขึ้นจริง! ตอนนี้เริ่มเห็น EV Taxi แล้ว ยกตัวอย่าง EV me+ จับมือกับ AION นำ ‘AION ES Model มาทำเป็นรถขนส่งสาธารณะโดยเฉพาะ ไม่เพียงเท่านี้เเม้เเจ่ รถมินิบัสขนส่งผู้โดยสารเอง ก็เริ่มเปลี่ยนมาเป็นไฟฟ้า วินมอเตอร์ไซค์เองก็ใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน แถมไม่ต้องรอชาร์จแบตด้วย เพียงถอดแบตอันที่หมดออกแล้วใส่ลูกใหม่เข้าไปแทนแค่นั้น จบเลย!เพียงเเต่ตอนนี้ รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อการขนส่งอาจจะยังมีไม่เยอะ แต่อนาคตคาดเชื่อว่าจะต้องมาแน่นอน

บทสรุป ทิศทางตลาด รถยนต์ไฟฟ้าปีนี้!

ถ้าดูจากแนวโน้มรถยนต์ไฟฟ้า 2567 ข้างต้น บอกเลยว่า รถยนต์ไฟฟ้า ไม่น่าตายเร็ว ๆ นี้แน่นอน มีแต่จะบูมขึ้นเรื่อย ๆ ใครที่ยังมีคำถามคาใจอยู่ว่าซื้อรถไฟฟ้าดีไหม ? คุณต้องประเมินก่อนว่ายอมรับข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้าในตอนนี้ได้หรือเปล่าจะต้องรอชาร์จไฟนานไหม ที่คอนโดมี EV Charger เพียงพอหรือไม่ จะยุ่งยากในการวางแผนการเดินทางหรือจองสถานีชาร์จล่วงหน้าหรือเปล่า หากประเมินแล้วว่า รถชนิดนี้ยังไม่ตอบโจทย์ ลองเลือก รถไฮบริด หรือไปซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามือสองแทนก็ได้

เเละเช่นเคยอัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ ทุกแบรนด์ทุกยี่ห้อ โดยทีมงานมืออาชีพพร้อมเกาะติดข่าวสารด้านรถยนต์ได้กับเว็บไซต์ motorcheckin.com คลิกเลย!

Jack Dunlop