รีวิว MINI Cooper SE Convertible ปี 2023 รถมินิไฟฟ้าพร้อมเปิดประทุน

2023 MINI Cooper SE Convertible review: Mini electric car with a convertible
หัวข้อที่น่าสนใจ

MINI Cooper SE Convertible 2023 พื้นฐานเดียวกับ Mini Cooper SE รุ่นล่าสุด เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน 100% ที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานเดียวกับ MINI Cooper SE รุ่นปัจจุบัน แต่ปรับเปลี่ยนไปใช้หลังคาแบบ Soft-top ที่สามารถเปิดและปิดด้วยระบบไฟฟ้า

โดยในรุ่นนี้สามารถเลือกสีตัวถังได้ทั้งหมด 2 สี คือ สีดำ Enigmatic Black และสีเงิน White Silver เสริมความพิเศษด้วยเปิดประตูภายนอกและกรอบไฟหน้า-ไฟท้ายตกแต่งด้วยสี Resolute Bronze อีกทั้งยังคงไว้ซึ่งสัญลักษณ์รูปตัว E บริเวณกระจังหน้าและประตูท้ายเพื่อแสดงถึงระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าเช่นเดียวกับเวอร์ชั่นแฮทช์แบ็ก

อย่างไรก็ดี MINI Cooper ถูกผลิตและวางจำหน่ายเฉพาะทวีปยุโรปจำนวนจำกัดเพียง 999 คัน แตกต่างจากเวอร์ชันแฮทช์แบ็กที่ลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้อย่างต่อเนื่อง โดยรถแต่ละคันจะมาพร้อมหมายเลขประจำรถบริเวณกาบบันไดข้างเพื่อบ่งบอกถึงความลิมิเต็ดของรถรุ่นนี้

MINI Cooper เวอร์ชันไฟฟ้า

รูปโปฉมของเจ้า MINI Cooper SE Convertible ปี 2023
รูปโปฉมของเจ้า MINI Cooper SE Convertible ปี 2023

MINI Cooper SE Convertible รุ่นนี้จะมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ลวดลายแบบ Electric Power Spoke สีทูโทนเช่นเดียวกับรุ่นแฮทช์แบ็ก โดยมินิระบุว่าล้อดังกล่าวถูกผลิตขึ้นจากวัสดุอะลูมิเนียมรีไซเคิล ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขั้นตอนการผลิตได้ อีกทั้งลูกค้ายังสามารถเลือกตกแต่งหลังคาผ้าด้วยลวดลายธงยูเนียนแจ็ก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดแต่ง MINI Yours

สำหรับเวอร์ชันเปิดประทุนยังคงขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 184 แรงม้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม ในเวลา 8.2 วินาที พร้อมแบตเตอรี่ให้ระยะทางขับขี่ 201 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) อีกทั้งยังสามารถเปิด-ปิดหลังคาผ้าในขณะรถเคลื่อนด้วยความเร็วสูงสุด 30 กม./ชม. โดยไม่จำเป็นต้องหยุดนิ่งสนิทแต่อย่างใด

ถ้าใครดูอย่างละเอียด แล้วสงสัยว่ามันเหมือนกับ MINI Cooper SE รุ่นล่าสุดไหม คำตอบคือ ใช่! เพราะ รถยนต์ไฟฟ้าล้วน 100% ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานเดียวกับ  MINI Cooper SE รุ่นล่าสุด ต่างกันแค่หลังคาผ้าเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบ Soft-Top 

การออกแบบ MINI Cooper SE Convertible

การออกแบบที่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้
การออกแบบที่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้

MINI Cooper SE Convertible ตัวถังสามารถเลือกได้ 2 สี คือ สีดำ Enigmatic Black และสีเงิน White Silver ที่เปิดประตูภายนอก และกรอบไฟหน้า-ไฟท้าย ตกแต่งด้วยสี Resolute Bronze ส่วนกระจังหน้าและประตูท้ายมีสัญลักษณ์รูปตัวอักษร E ให้รู้ว่ารุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกับเวอร์ชันแฮทช์แบ็ก

โดยมาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ทูโทนแบบ Electric Power Spoke ทำจากวัสดุอะลูมิเนียมรีไซเคิลได้ โดยทาง MINI ระบุว่า จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระหว่างการผลิตได้ ขณะหลังคาผ้า ลูกค้าเลือกตกแต่งลวดลายธงยูเนียนแจ็ค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุดแต่ง MINI Yours ได้ แถมเพิ่มความลิมิเต็ดอีกขั้นด้วยหมายเลขประจำรถบริเวณกาบบันไดข้าง 

มิติตัวถัง

  • ความยาว 3,850 มม.
  • ความกว้าง 1,727 มม.
  • ความสูง 1,427 มม.
  • ระยะฐานล้อ 2,495 มม. 
  • พื้นที่เก็บสัมภาระ 160 ลิตร

การตกแต่งภายในห้องโดยสาร

ดีไซน์ภายในของเจ้า MINI Cooper SE รุ่นล่าสุด
ดีไซน์ภายในของเจ้า MINI Cooper SE รุ่นล่าสุด

มาในธีมสีดำ Piano Black เบาะนั่งแบบสปอร์ตดีไซน์มาในรูปแบบ MINI Yours Leather Lounge พร้อมระบบอุ่นเบาะนั่งและที่รองต้นขาปรับระดับได้ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันหุ้มหนัง Nappa ชวนให้ขับขี่อย่างสนุกสนาน และสะดวกสบายอย่างมีสไตล์ หน้าจอฟูลดิจิทัลบนแผงคอนโซล และใช้โทนสีเหลืองให้อารมณ์การใช้ไฟฟ้าของ MINI อาทิ สวิตช์เปิดปิด Start-Stop 

ขณะที่ระบบเทคโนโลยีอื่นๆ ของ MINI Cooper SE Convertible 2023 จัดเต็มแบบครบวงจร ทั้งจอแสดงผลบนกระจกหน้า ระบบควบคุมความเร็วคงที่แบบปรับระดับได้ หากเจอการจราจรแออัดจนผู้ขับขี่รู้สึกเบื่อ ก็มีฟังก์ชัน Stop&Go ให้ใช้งาน หรือมีระบบความบันเทิงรองรับหลากหลายการเชื่อมต่อ

ขุมพลัง MINI Cooper เวอร์ชันไฟฟ้า!

MINI Cooper รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วย พลังมอเตอร์ไฟฟ้า!
MINI Cooper รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วย พลังมอเตอร์ไฟฟ้า!

ขับเคลื่อนด้วยพลังมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 184 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ในเวลา 8.2 วินาที มาพร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถให้ระยะทางขับขี่ได้ไกลสุด 201 กม./ชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) และยังสามารถเปิด-ปิดหลังคาผ้าในระหว่างการขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุด 30 กม./ชม. โดยไม่ต้องหยุดรถให้นิ่งสนิท

ทั้งนี้ MINI Cooper SE Convertible 2023 จะผลิตที่โรงงานเดียวกับ MINI Convertible รุ่นเครื่องยนต์สันดาปในประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งจะวางจำหน่ายเฉพาะตลาดยุโรปในจำนวนจำกัดเพียง 999 คันเท่านั้นในเดือนเมษายน 2023 แตกต่างจากเวอร์ชัน Hatchback ที่ลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้ตามปกติ แตกต่างจากเวอร์ชันแฮทช์แบ็กที่ลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้อย่างต่อเนื่อง

ส่วนใครที่ยังชื่นชอบรถยนต์ไฟฟ้า ขณะนี้ MINI กำลังพัฒนาโมเดลไฟฟ้าในเจเนอเรชันถัดไป ส่วนจะมีรุ่นไหนและโอกาสที่ประเทศไทยจะมี MINI เวอร์ชันรถยนต์ไฟฟ้ามาจำหน่ายบ้างนั้น ต้องติดตามกันยาวๆ อัปเดตข่าวรถล่าสุด ดูรีวิวรถยนต์ รีวิวรถมอเตอร์ไซค์ ทุกยี่ห้อ ได้ที่เว็บ motorcheckin คลิกเลย!

Jack Dunlop